หน้าแรก วิทยานิพนธ์
บรรณนิทัศน์เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง PDF พิมพ์ อีเมล

เทพวาณี วินิจกำธร. “การปลูกฝังค่านิยมตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  5 โดยใช้กระบวนการตามแนวคิดของบลูมและแรทส์”  วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2548.

     ผลการวิจัยค่านิยมตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ ความซื่อสัตย์สุจริต ความอดทน ความเพียร และความรอบคอบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2547 โรงเรียนสาธิตบางนา  จังหวัดสมุทรปราการ โดยใช้กระบวนการตามแนวคิดการพัฒนาด้านจิตพิสัยของบลูม และการกระจ่างค่านิยมของแรทส์ ประกอบด้วยขั้นตอนการจัดกิจกรรม 6 ขั้น ดังนี้ การทำความรู้จักค่านิยม การเลือกค่านิยม การเห็นคุณค่าและความสำคัญ การสร้างแนวปฏิบัติตนที่ก่อให้เกิดค่านิยม การปฏิบัติตนตามแนวทางที่ก่อให้เกิดค่านิยม และการปรับพฤติกรรมเพื่อพัฒนาลักษณะนิสัย พบว่าค่าเฉลี่ยของคะแนนความรู้ความเข้าใจของนักเรียนตามเนื้อหาสาระค่านิยม ค่าเฉลี่ยของคะแนนเจตคติ ค่าเฉลี่ยของคะแนนพฤติกรรมการปฏิบัติของนักเรียนที่ต้องการปลูกฝังทั้ง  4  ด้าน ภายหลังเข้าร่วมกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยของคะแนนสูงกว่าก่อนการเข้าร่วมกิจกรรม   อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่งผลให้นักเรียนมีความพอ ประมาณ  มีเหตุผล และมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี ซึ่งหมายถึงนักเรียนเกิดความพอเพียงในตนเอง  เมื่อนักเรียน มีค่านิยมเหล่านี้ย่อมสามารถดำเนินชีวิตตามวิถีแห่งความพอเพียง ตลอดจนผลของการทำกิจกรรมปลูกฝังค่านิยมร่วมกัน ได้ส่งเสริมให้มีการพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ  เช่น การสื่อสาร การกล้าแสดงออก ความกระตือรือร้น  และความสุขในการทำงาน .


 

วิลาสินีย์ บุญเรือง. “กลยุทธ์การสื่อสารในโครงการพัฒนาเยาวชนตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของธนาคารไทยพาณิชย์  จำกัด  (มหาชน)” วิทยานิพนธ์ปริญญานิเทศศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549.

     โครงการพัฒนาเยาวชนตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของธนาคารไทยพาณิชย์   จำกัด(มหาชน)  มีจุดมุ่งหมายที่จะปลูกฝังวิถีชีวิตอย่างมีสติ  รอบคอบ  และเพิ่มคุณค่าด้านคุณธรรมจริยธรรม   ไปพร้อมๆ กับการให้ความรู้แก่เยาวชน   โดยมุ่งศึกษาเฉพาะโรงเรียนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง  ได้แก่ โรงเรียนต้นแบบในภูมิภาค  คือ  โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งโครงการที่ธนาคารเข้าไปมีส่วนร่วม  คือ  โครงงานสุดยอดคนประหยัด ในโครงการค่ายเศรษฐกิจพอเพียง  “เดินตามรอยพ่ออย่างพอเพียง” และโรงเรียนต้นแบบในกรุงเทพและปริมณฑล  คือ  โรงเรียนโยธินบูรณะ กรุงเทพฯ ซึ่งโครงการที่ธนาคารเข้าไปมีส่วนร่วม  คือ  โครงงานสมุดบันทึกการออม ในโครงการเสริมสร้างวินัยเยาวชน    พบว่ากลยุทธ์การสื่อสารที่ใช้ในการดำเนินงานมี  4  ลักษณะ  ดังนี้ การสื่อสารเพื่อให้ความรู้เรื่องแนวความคิดเศรษฐกิจพอ เพียงและองค์ความรู้ที่ธนาคารมีความรู้ความชำนาญ เช่น การบริหารจัดการการเงิน  รายรับ-รายจ่าย  การลงทุน  การออม  การสื่อสารเพื่อการโน้มน้าวใจ เพื่อให้ครูและเยาวชนสามารถนำไปปฏิบัติตามในเรื่องการบริหารจัดการการเงินอย่างพอเพียง การใช้สื่อในการสื่อสาร ทั้งสื่อบุคคล  สื่อเฉพาะกิจและสื่ออิเล็กทรอนิกส์   ซึ่งประสิทธิผลของการสื่อสารจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการเลือกใช้สื่อที่เหมาะสม   กลยุทธ์สุดท้าย  คือ  การสร้างเครือข่าย   ทั้งเครือข่ายภายในธนาคาร  เช่น  พนักงานร่วมเป็นวิทยากรอาสาสมัคร   เครือข่ายภายนอกธนาคาร  เช่น  ร่วมมือกับองค์กรอื่นที่ทำโครงการเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงอยู่แล้ว ในด้านการมีส่วนร่วมของครูและเยาวชนที่ร่วมโครงการนั้น ได้มีการนำองค์ความรู้ที่วิทยากรบรรยายไปบูรณาการในโครงงานให้สอดคล้องกับความต้องการและปัญหาของชุมชน  โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นหน่วยงานสนับสนุน .


 

กฤษ  อุตตมะเวทิน.  “ การส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  โดยการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548  กรณีศึกษาวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดชุมพร ”  วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2550.

     การวิจัยครั้งนี้ศึกษาวิสาหกิจชุมชน 2 กลุ่ม ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนบ้านบางสน  อำเภอปะทิว (กลุ่มอนุรักษ์ข้าวเหลืองปะทิว 123) และวิสาหกิจชุมชนบ้านทอนอม อำเภอทุ่งตะโก( กลุ่มสมุนไพรพื้นบ้านปลอดสารพิษ )  จังหวัดชุมพร   ซึ่งจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนและได้รับการยอมรับว่าเป็นต้นแบบในการดำเนินงานเศรษฐกิจพอเพียง จากการศึกษาพบว่า ชุมชนไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในทัศนคติ แนวคิดหรือการปฏิบัติ   การดำเนินงานไม่แตกต่างไปจากเมื่อครั้งยังไม่จดทะเบียน ลักษณะของเศรษฐกิจพอเพียงของทั้งสองชุมชนมีความสอดคล้องกัน คือ สร้างความเข้มแข็งด้วยการผลิตโดยเน้นการใช้ทุนทางสังคมที่ชุมชนมีอยู่   เพื่อให้ได้ผลผลิตเพียงพอในครัวเรือนและชุมชนก่อน ผลผลิตที่เกินไปจากความต้องการบริโภคในชุมชน   จะนำมารวมกันเพื่อจัดสรรออกไปภายนอกผ่านระบบตลาด ด้วยเหตุนี้ภาครัฐจึงให้ความสำคัญกับการผลิตเพื่อขยายตัวในระบบตลาด เพื่อให้มีรายได้มากขึ้น   จึงพยายามแนะนำให้เกิดการรวมกลุ่มและจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน รองรับนโยบายส่งเสริมการกู้ยืมเงินทุนในการดำเนินงาน แต่ทั้งสองชุมชนมีความคิดแตกต่างกันที่วิสาหกิจชุมชนบ้านบางสนสามารถขยายกิจกรรมเศรษฐกิจชุมชนได้หลากหลายและมีการเชื่อมโยงกับระบบตลาดมากกว่า เมื่อจดทะเบียนแล้วทำให้ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง  มีเครือข่ายในการแลกเปลี่ยนสินค้า ความรู้ ภูมิปัญญาและเทคโนโลยีการผลิต ส่วนวิสาหกิจชุมชนบ้านทอนอนมีนโยบายไม่ขอรับความช่วยเหลือทางการเงินที่ก่อให้เกิดหนี้สิน มุ่งสร้างแกนนำที่เข้มแข็งและความสามัคคี   แต่ผลดีที่ได้รับทางอ้อม  คือ   โครงการบ้านต้นแบบได้รับความสนใจ   มีผู้มาเยี่ยมชมและเรียนรู้อยู่เสมอ ทำให้กลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีการดำเนินงานของทั้งสองชุมชนมีการพึ่งพาตน เองและความเป็นเศรษฐกิจพอพียงเกิดขึ้นอยู่ก่อนแล้ว โดยไม่ต้องอาศัยข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติวิสาหกิจชุมชน 2548 . 


 

พลัง  สิทธิถาวร.  “ ภูมิทัศน์ท้องถิ่นกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงในจังหวัดน่าน  ”  วิทยานิพนธ์ ปริญญาภูมิสถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2548.

     การศึกษาเรื่ององค์ประกอบทางภูมิทัศน์   ได้แก่   ลักษณะทางภูมิลักษณ์   พืชพรรณ  น้ำ  สัตว์ในพื้นที่  สิ่งก่อสร้าง วัสดุ พื้นที่ว่าง  ระบบการสัญจรและผลกระทบทางสังคม  ที่มีความเกี่ยวข้องกับแนวคิดเศรษฐกิจ พอเพียง  ความพอเพียงของบุคคลและครอบครัวของหมู่บ้าน 3 แห่ง ได้แก่   หมู่บ้านปางสา   หมู่บ้านต้นฮ่าง  และหมู่บ้านดอนมูล   อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ซึ่งแต่ละหมู่บ้านมีลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างกัน  เช่น   พื้นที่ราบ   พื้นที่ลาดชัน   พื้นที่ใช้ประโยชน์ในครัวเรือน   พืชท้องถิ่น เป็นต้น จากการศึกษาพบว่า  เศรษฐกิจพอเพียงเป็นส่วนหนึ่งในภูมิปัญญาท้องถิ่น   เป็นสิ่งที่คิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการด้านปัจจัย4  คือ   อาหาร  เครื่องนุ่งห่ม  ที่อยู่อาศัย  และยารักษาโรค  และแก้ปัญหาการดำเนินชีวิตเช่นเดียวกัน  ดังนั้น  องค์ประกอบทางภูมิทัศน์ที่ตอบสนองต่อภูมิปัญญาท้องถิ่น ก็คือองค์ประกอบทางภูมิทัศน์ที่ตอบสนองต่อแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเช่นกัน จากการศึกษาพบว่า  หมู่บ้านมีความพอเพียงในปัจจัยพื้นฐานเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม   แต่ปัจจัยเรื่องเครื่องนุ่งห่ม  ที่อยู่อาศัย  และยารักษาโรคยังไม่พอเพียงต่อความต้องการในหมู่ บ้าน   พบเพียงหมู่บ้านดอนมูลที่มีการผลิตและจัดการปัจจัยพื้นฐานได้เพียงพอสำหรับคนในหมู่บ้าน   โดยมีการทำนา  ปลูกพืชไร่พืชสวน  พืชสวนครัว   ให้ความสำคัญกับการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค   มีการเลี้ยงสัตว์   ในครัวเรือน    การสืบทอดวิธีการทอผ้า   ใช้วัสดุท้องถิ่นในการก่อสร้างบ้าน    มีการรวมกลุ่มกันในการใช้ภูมิปัญญาจากพืชสมุนไพรรักษาโรค  สามารถเพิ่มผลผลิตในครัวเรือนเพื่อสร้างรายได้ มีความแข็งแกร่งและภูมิใจในวัฒนธรรมของชาวไทลื้อ    หมู่บ้านดอนมูลจึงเป็นแบบอย่างในการพัฒนาหมู่บ้านอื่นๆ .


 

 

สหัทยา   พลปัถพี.  “การนำเสนอแนวทางการพัฒนาคนให้มีคุณลักษณะตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ”  วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2548.

     การวิจัยนี้ได้เลือกชุมชนที่ดำเนินการตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง   จำนวน 3 ชุมชน   ในพื้นที่ภาคใต้  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   และภาคเหนือ    กำหนดชื่อเป็นชุมชนพอเพียง 1, 2  และ 3     โดยเน้นการศึกษาคุณลักษณะที่พึงประ สงค์ของคนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง    ประกอบด้วย   ความพอประมาณกับศักยภาพตนเอง   สภาพแวดล้อม  และความไม่โลภเกินไปจนเบียดเบียนผู้อื่น   ความมีเหตุผล  ได้แก่  การไม่ประมาท  การรู้ถึงสาเหตุ   พิจารณาค้นหาปัจจัยที่เกี่ยวข้อง   และคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการกระทำ
และความมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี    ครอบคลุมถึงการพึ่งตนเองได้ทางเศรษฐกิจ    สังคม   การคำนึงถึงผลระยะยาว  การรู้เท่าทันและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง     พบว่าชุมชน 3 แห่งมีความคล้ายคลึงกันในลักษณะความเป็นชุมชนเกษตรกรรมพึ่งตนเอง   มีทัศนคติและค่านิยมที่ดีต่อปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง      แต่แตกต่างกันที่พื้นที่ตั้งและสภาพปัญหาของชุมชน   ในด้านการเรียนรู้ของชุมชนมี  2  ระดับ   คือ  ระดับบุคคล    และระดับกลุ่ม/ชุมชน    ผ่านการทำกิจกรรมและปฏิสัมพันธ์    ซึ่งคุณลักษณะของคนในชุมชนดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ต้องมีความรู้และคุณธรรมที่จะเชื่อมโยงไปสู่แนวทางการพัฒนาคนให้มีการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจพอเพียง     โดยมีการเรียนรู้ของชุมชน  4  ด้าน   คือ    ความพอเพียงด้านเศรษฐกิจ    สังคม    สิ่งแวดล้อม    และจิตใจ   อาจเริ่มต้นที่ความพอเพียงด้านจิตใจเป็นลำดับแรก   สานต่อด้วยความสามัคคีและเอื้ออาทรในสังคม    และดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างมั่นคง  แล้วจึงพัฒนากิจกรรมด้านเศรษฐกิจ    เพื่อให้สมาชิกในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป    ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน.


 

วิษฬาห์  ชีวะสาธน์.  “ บทบาทขององค์กรธุรกิจในการส่งเสริมการประยุกต์หลักเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนา : กรณีศึกษาความร่วมมือระหว่างชุมชนสะพลีกับชุมพรคาบาน่า  รีสอร์ท  ”  วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2549 .

      บทบาทของชุมพรคาบาน่า รีสอร์ทในการส่งเสริมการพัฒนาชุมชน ประกอบด้วยการแสดงความรับ ผิดชอบขององค์กรธุรกิจต่อสังคม   ชุมชน   สิ่งแวดล้อม   พนักงาน   ลูกค้า   และนักท่องเที่ยว ทำให้ชุมชนและองค์กรธุรกิจมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน    มีการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีต่างๆ ให้กับชุมชนผ่านศูนย์กสิกรรมธรรมชาติเพลิน   ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่ก่อตั้งขึ้นภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง   และอยูในพื้นที่ของชุมพรคาบาน่า รีสอร์ท  ส่งเสริมให้ชาวบ้านนำศักยภาพและภูมิปัญญาดั้งเดิมมาใช้ในการทำเกษตรแบบผสมผสานและปลอดสารเคมี   จัดตั้งวิสาหกิจชุมชน จัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อให้ผู้เข้าพักได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้าน   ผลการพัฒนาที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของชุมชนชาวสะพลีและชุมพรคาบาน่า   รีสอร์ท   ทำให้ชุมชนเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางเศรษฐกิจ   สังคม  และสิ่งแวดล้อม  ชาวบ้านเกิดความภาค ภูมิใจ  มีการรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายเพื่อการผลิตด้านเกษตรกรรม การเรียนรู้ที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน มีจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อมและอยู่ร่วมกับธรรมชาติ    ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น     เช่น เดียวกับรีสอร์ทสามารลดต้นทุนในการดำเนินงาน     สภาพแวดล้อมของรีสอร์ทมีความสมบูรณ์พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว    สามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้น     มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในสังคม แม้ว่าในระยะแรกจะมีปัญหาและอุปสรรคที่เกิดจากทั้ง 2  ฝ่าย เช่น ขาดความเข้าใจและการยอมรับแนวความคิดในการร่วมพัฒนา   ขาดความรู้ในสิทธิและหน้าที่ของประชาชนที่มีต่อชุมชน การยึดติดกับความเชื่อเดิมๆ  เป็นต้น   ในการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการพัฒนาชุมชนจึงต้องใช้เวลา และความอดทนมากพอสมควร.



ศิริกุล  ดำรงมณี.  “ เศรษฐกิจพอเพียงกับวิถีชีวิตแบบพุทธ ”  วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2546.

     เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาในการดำเนินชีวิตในด้านเศรษฐกิจ   สังคมและวัฒนธรรม  ไม่ใช่ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ที่มุ่งเฉพาะกำไรสูงสุดหรือประโยชน์สูงสุด   แนวทางของเศรษฐกิจพอเพียงอาจไม่ใช่ระบบเศรษฐกิจที่ดีที่สุด ที่จะสามารถนำพาให้คนในสังคมนั้นๆ  ประสบกับความอยู่ดีมีสุขได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด  แต่เศรษฐกิจพอเพียงสามารถอุ้มชูให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ นำไปสู่การแก้ปัญหาและป้องกันปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมก่อนที่จะเกิด   ด้วยการให้ความเข้าใจในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง   เช่น  ภาคการเกษตรใช้วิถีชีวิตแบบไทยที่มีเป้าหมายเน้นความพออยู่พอกิน ความพอประมาณ   ความสมดุลและทางสายกลางสอดคล้องกับหลักพุทธธรรมในการดำเนินชีวิต    ภาคอุตสาหกรรมมีการผนวกแนวคิดการคืนประโยชน์ให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม   ภาคการค้าระหว่างประเทศประกอบด้วยความพอประมาณและมีเหตุผล  ภาคการบริการควรมีผู้ดำเนินการที่มีคุณภาพ   ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน เน้นการใช้ปัจจัยการผลิตในประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนเศรษฐกิจพอเพียงสามารถเสริมส่วนที่เป็นข้อด้อยของเศรษฐกิจระบบทุนนิยม   ทั้งด้านการกระจายรายได้   ความมั่นคงในอาหาร   ปัญหาการผูกขาด  และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม.



พีรภาว์  บุญเพลิง.  “ การพัฒนาตัวบ่งชี้รวมความสำเร็จในการดำเนินงานของโรงเรียนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ”  วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2550.

      ผลการวิจัยตัวบ่งชี้ความสำเร็จในการดำเนินงานของโรงเรียนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้โครงการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา  สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน   กระทรวงศึกษาธิการ   ปีการศึกษา  2550  จำนวน  119  โรงเรียน พบว่า ตัวบ่งชี้ความ สำเร็จจำนวน  82  ตัวบ่งชี้   ครอบคลุมองค์ประกอบหลัก 7 ด้าน ตัวบ่งชี้สำคัญที่บ่งบอกถึงความสำเร็จในการดำเนินงานและมีค่าน้ำหนักความสำคัญมากที่สุด ดังนี้

  • ด้านงานวิชาการ   คือ   การนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการตรวจสอบ  ติดตาม   และประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษา
  • ด้านงบประมาณ   คือ   ความสามารถในการบริหารพัสดุและสินทรัพย์ให้เป็นไปตามกฎหมายของผู้ บริหาร
  • ด้านงานบุคคล  คือ   ความสม่ำเสมอในการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของบุคลากร
  • ด้านงานบริหารทั่วไป  คือ  การบำรุง  ดูแล  อาคารสถานที่ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
  • ด้านการจัดการเรียนการสอน  คือ การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการวัดและประเมิน ผลของครู
  • ด้านการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน   คือ   การมีส่วนร่วมของผู้เรียนในการวางแผนการจัดกิจกรรม /ชุมนุม / ชมรมของสถานศึกษา
  • ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน  คือ   ความสามารถในการสร้างรายได้หรืออาชีพด้วยตน เองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ซึ่งค่าเฉลี่ยเลขคณิตของตัวแปรที่ใช้ในการพัฒนาความสำเร็จทุกด้านมีค่าใกล้เคียงกันมาก แสดงว่าองค์ ประกอบทุกด้านมีความสำคัญใกล้เคียงกัน จึงมีความเหมาะสมที่จะนำไปใช้เป็นแบบในการพัฒนาการดำเนินงานของโรงเรียนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้ครอบคลุมทุกด้านต่อไป ทั้งนี้ จะต้องได้ รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทำการขับเคลื่อนไปพร้อมกัน และสามารถนำตัวบ่งชี้ในแต่ละองค์ประกอบไปใช้ในการพัฒนา  กำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานของโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพและประ สิทธิผลยิ่งขึ้น .


 

ตวงพร  ศรีชัย.  “ การศึกษาการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันของนักเรียนเตรียมทหาร ” วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2550.

     จากการศึกษานักเรียนเตรียมทหารที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนเตรียมทหาร   ปีการศึกษา 2550  พบว่า  มีการนำความรู้เรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติอย่างมากในการดำเนินชีวิตประจำวัน   เรียงตาม ลำดับดังนี้

  • ด้านวัฒนธรรม  ในประเด็นแสดงความภาคภูมิใจในวีรกรรมของบรรพบุรุษของชาติเมื่อมีโอกาส ซึ่งสอดคล้องกับโครงการวีรบุรุษในดวงใจวีรชนคนต้นแบบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด  และได้รับการปลูกฝังในการให้ความสำคัญกับสถาบันชาติ   ศาสนา  และพระมหากษัตริย์
  • ด้านสังคม  ในประเด็นไม่ลักขโมยหรือหยิบของผู้อื่นไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการนำคุณธรรมของศาสนามาเป็นกรอบในการดำเนินชีวิตตามสายกลางแสดงความประพฤติดีทำตนเป็นประ โยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ
  • ด้านสิ่งแวดล้อม   ในประเด็นดูแลและรักษาสาธารณสมบัติของโรงเรียน ชุมชนและการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าแสดงถึงความตระหนักและปฏิบัติได้จริงในการรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
  • ด้านเศรษฐกิจ   ในประเด็นการเลือกใช้สิ่งของโดยคำนึงถึงประโยชน์และความจำเป็นมากกว่าความอยากได้   ไม่ใช้จ่ายหรือใช้สิ่งของเกินฐานะ 
  • นอกจากนี้  ระดับการปฏิบัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของนักเรียนเตรียมทหารในชั้นปีต่างๆ ไม่แตก ต่างกัน แสดงให้เห็นถึงการเรียนการสอนในเรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงบรรลุวัตถุประสงค์เพราะ นักเรียนสามารถนำไปประยุกต์และปฏิบัติในการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างน่าพอใจ.

 

พิมพิกา จันทไทย.  “ การพัฒนาตัวบ่งชี้คุณภาพชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ” วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหา บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2550.

     ผลการวิจัยตัวบ่งชี้คุณภาพชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของครูสังกัดสำนักงานคณะ กรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่สอนในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา  พบว่าตัวบ่งชี้จำนวน  28 ตัวบ่งชี้  ครอบคลุมองค์ประกอบ 7 ด้าน  ได้แก่ ด้านสภาวะสุขภาพ สภาวะทางจิตใจ   การปฏิบัติงานวิชา ชีพครู  สภาวะทางเศรษฐกิจ  สภาวะทางสังคม  ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  และด้านสื่อและเทคโนโลยี     ซึ่งสอดคล้องกับแนวปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  และการมีคุณภาพชีวิตที่ดี  โดย 7 องค์ประกอบนี้เป็นตัวบ่งชี้สำคัญของโมเดลตัวบ่งชี้คุณภาพชีวิตของครู   ด้านการปฏิบัติงานวิชาชีพครู  มีค่าน้ำหนักสูงสุด   รองลงมาคือ   ด้านสภาวะจิตใจ    ด้านสื่อและเทคโนโลยี    ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   สภาวะทางสังคม  สภาวะสุขภาพ   และสภาวะทางเศรษฐกิจ   ตามลำดับ  ทั้งนี้  คุณภาพชีวิตของครูที่สอนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษามีคุณภาพชีวิตอยู่ในระดับปานกลาง  และไม่มีความแตก ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ  0.5 ในขณะที่คุณภาพชีวิตของครูในแต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกันพบว่า  ครูในภาคใต้และภาคเหนือมีคุณภาพชีวิตสูงกว่าภาคตะวันตกอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ  0.5  คุณภาพ ชีวิตของครูนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาวะทางเศรษฐกิจอย่างเดียว   อาจมีสาเหตุมาจากบริบทของสภาพแวดล้อมของแต่ละภูมิภาคที่ครูอาศัยอยู่   หรืออาจขึ้นอยู่กับความสุขของครูเป็นสำคัญ   จึงควรมีการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของครูอย่างต่อเนื่อง    เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคมต่อไป.


 

ชิตาภรณ์  ทองชอุ่ม.  “ การปฏิรูปหลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิตที่สอดรับกับแนวคิดเศรษฐกิจพอ เพียง ”   วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2551.

     การวิจัยเพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์แนวคิดเศรษฐศาสตร์กระแสทางเลือก  เน้นการศึกษาสภาพการจัดการหลักสูตรและการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์บัณฑิตที่สอดรับกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง  พบว่า  แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง  พุทธเศรษฐศาสตร์  เศรษฐศาสตร์มนุษยนิยม  และเศรษฐกิจชุมชน  มีแนวทางในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ   การผลิต  และการบริโภคแต่พอประมาณ  โดยเน้นทางสายกลางซึ่งเป็นหลักของพระพุทธศาสนา   เป็นจุดร่วมของทุกแนวคิด  แต่มีความแตกต่างกัน   คือ   เศรษฐกิจพอเพียงและเศรษฐกิจชุมชนเน้นการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามอัตภาพ    หรือตามความสามารถที่มีอยู่  ส่วนพุทธเศรษฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์มนุษยนิยม   เน้นการตอบสนองความจำเป็นขั้นพื้นฐาน  แนวคิดทั้ง  4  ด้าน  มีความครอบคลุมองค์ประกอบของความพอเพียง  3  ประการ  คือ  ความพอประมาณ  ความมีเหตุผล  และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี   และมีเงื่อนไขของความพอเพียง  2  ประการ  คือ  ความรู้และคุณธรรม    โดยมีความมุ่งหมายเดียวกัน   คือ   นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน  ส่วนการนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาสอนในหลักสูตรเศรษฐศาสตร์บัณฑิต  ส่วนใหญ่เปิดสอนเป็นวิชาเลือกในหมวดการศึกษาทั่วไป     ซึ่งมีความคิดเห็นว่าวิชาเศรษฐศาสตร์มีความสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง  เนื่องจากมีการคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรให้เหมาะสมและคุ้มค่า  จากข้อมูลสภาพจัดการศึกษาชี้ให้เห็นว่า     ควรมีการนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นสาระสำคัญในการปฏิรูปหลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิตที่สอดรับกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง   ประกอบ ด้วยหลักการและแนวคิดในการปฏิรูป   นโยบายในการปฏิรูป   ได้แก่  นโยบายระดับประเทศ  ระดับองค์กรที่เกี่ยวข้องและระดับสถาบันการศึกษา    แนวทางการจัดการเรียนการสอน  ได้แก่   ปรัชญา   เป้าหมาย   วัตถุ ประสงค์ของหลักสูตร    โครงสร้างของหลักสูตรและรายวิชา  กระบวนการจัดการเรียนการสอน  แนวทางสุดท้ายคือ  การจัดการศึกษาในระดับสถาบันการศึกษา   ส่วนการนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ดำรง ชีวิตในสภาพปัจจุบันมี 4 ด้าน  คือ  ด้านเศรษฐกิจ  สังคม  สิ่งแวดล้อ  และจิตใจ  ซึ่งจะต้องมีความสมดุลในการพัฒนาทั้ง 4 ด้านพร้อมๆ กัน.


 

สมศรี  จินะวงษ์.  “ การวิเคราะห์กระบวนการการเรียนรู้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ชุมชนที่ใช้แนวทางการพัฒนาแบบเศรษฐกิจพอเพียง ” วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2544.

     แนวคิดการพัฒนาแบบเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนบ้านสุขใจ    จังหวัดกาฬสินธุ์    และชุมชนพอเพียง  จังหวัดมหาสารคาม   เป็นการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐศาสตร์ทั้งในด้านการผลิต การบริโภค การแลก เปลี่ยนและการจัดสรร    โดยมีความรู้จักพอ   การไม่เบียดเบียนตนเอง  ผู้อื่น  และสิ่งแวดล้อมเป็นพื้นฐาน  ด้านการผลิตเป็นไปเพื่อสนองความต้องการในการบริโภคของครัวเรือนเป็นลำดับแรก และเพื่อการค้าในลำดับถัดไป    ด้านการบริโภคเป็นไปเพื่อสนองความต้องการในการดำรงชีวิต    และเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต  ด้านการแลกเปลี่ยนเป็นไปในระดับชุมชน   ระดับประเทศ   และระดับโลก    โดยอาศัยเครือข่ายและกระบวน การกลุ่ม ด้านการจัดสรรหรือการแบ่งปันเป็นไปทั้งในระดับชุมชนและระดับรัฐ  กระบวนการเรียนรู้ในชุมชน2 แห่งนี้ มีองค์ประกอบการเรียนรู้ที่คล้ายคลึงกัน   ประกอบด้วยปัจจัยภายใน    ภายนอก  และสภาพแวดล้อม  แต่แตกต่างกันบนพื้นฐานศักยภาพของแต่ละชุมชน โดยชุมชนบ้านสุขใจใช้ศรัทธาที่มีต่อพระสงฆ์  เป็นเครื่องหนุนนำการเรียนรู้    นำคำสอนทางศาสนามาสอดแทรกในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ   ส่วนชุมชนพอเพียงใช้ความศรัทธาในตนและกระบวนการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน เป็นเครื่องหนุนนำการเรียนรู้  โดยมีกระบวนการกลุ่มที่เกิดจากการร่วมคิด   ร่วมทำ   ร่วมรับประโยชน์ของชุมชน   กระบวนการเรียนรู้ใน  2 ชุมชนนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนชีวิตจริงของชาวบ้าน    ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตของชาวบ้านโดยตรง     ชาวบ้านยอม รับและเปลี่ยนวิธีคิดใหม่   โดยให้ความสำคัญกับธรรมชาติและการพึ่งตนเองมากขึ้น   วิถีการผลิตเพื่อการค้าแบบเดิมทำให้เดือดร้อน   เมื่อเปลี่ยนเป็นการผลิตเพื่อบริโภคภายในครัวเรือนเป็นหลัก  แล้วนำส่วนที่เหลือไปขายให้แก่สหกรณ์หรือกลุ่มที่ชุมชนจัดตั้งขึ้น    ทำให้ชีวิตเป็นสุขขึ้น และสามารถพึ่งตนเองได้     นอกจากนี้  กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นหลังจากชุมชนใช้แนวทางการพัฒนาแบบเศรษฐกิจพอเพียง  สามารถกระจายรายได้ที่เกิดขึ้นในชุมชนดีกว่าเดิมด้วย.


 

สุชีรา  วิบูลย์สุข.   “ บทบาทของภาคีหุ้นส่วนในการส่งเสริมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในสถาน ศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา : พหุกรณีศึกษา ”  วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2551.

     บทบาทและยุทธวิธีการดำเนินงานของภาคีหุ้นส่วน  ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารโรงเรียน  ครู  ผู้ปกครอง นักเรียน  และสมาชิกในชุมชน  ตามกรอบแนวคิดในการส่งเสริมปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาด้วยมาตรการ “ เพียงพอเพื่อพอเพียง ” มีดังนี้  เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร  เกาะติดสถานการณ์  บูรณาการศูนย์ประสานงาน   ผนวกกับทุกภาระงานอาชีวะ  และประเมินทุกระยะอย่างครบวงจร   พบว่า  ภาคีที่มีบทบาทสำคัญคือ  ผู้บริหาร   เป็นผู้นำและให้การสนับสนุน   ยุทธวิธีที่ใช้คือ  การอบรมบุคลากรและมีการต่อยอดองค์ความรู้ในรูปแบบโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่และโครงการออมเงิน   ภาคีที่มีบทบาทรองลงมาคือ   ครู   เป็นกำลังสำคัญในการสอนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการประยุกต์ใช้  ยุทธวิธีที่ใช้คือ  การบูรณาการและสอดแทรกแนวคิดที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน     และบทบาทของนักเรียน  เป็นผู้ได้รับการส่งเสริมจากครูด้วยวิธีการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบต่างๆ แล้ว นำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้กับการดำเนินชีวิตในวิถีชีวิตของครอบครัวและชุมชน และสามารถถ่ายทอดความรู้ต่อไป   ยุทธวิธีที่ใช้คือ  การให้ความร่วมมือในโครงการและกิจกรรมต่างๆ   โดยผลการดำเนินงานของภาคีหุ้นส่วนในด้านการบริหารจัดการสถานศึกษาของผู้บริหารพบว่า มีการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการบริหาร    ผลก็คือสถานศึกษาแห่งหนึ่งมีการเพิ่มรายรับให้บุคลากร  การพัฒนาแหล่งเรียนรู้   ในขณะที่สถานศึกษาอีกแห่งหนึ่งเน้นการกระจายงานเป็นระบบ มุ่งให้ผู้เรียนมีจรรยาบรรณวิชาชีพ  ซึ่งทั้ง 2 แห่งได้ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้  ในด้านการจัดการเรียนการสอนพบว่า   มีการสอดแทรกหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง   คุณธรรมและจริยธรรม  ในด้านคุณภาพชีวิตของผู้เรียนพบว่าสามารถนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ เกิดการประหยัด   รู้จักการใช้จ่ายอย่างมีเหตุ ผลและเกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนผลการประเมินความสำเร็จของการส่งเสริมปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง     โดยประยุกต์ใช้แผนที่ผลลัพธ์นั้น   เน้นติดตามพฤติกรรมต่างๆ  ของบุคคลหรือกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องที่จะเปลี่ยน แปลงไป  ซึ่งใช้ระยะเวลานานกว่าจะเห็นสิ่งที่เปลี่ยนไปตามเกณฑ์บ่งชี้ความก้าวหน้าในระดับที่สูงขึ้น    ผลการวิจัยทั้ง 2 โรงเรียนมีการดำเนินงานที่ชัดเจนตามเกณฑ์บ่งชี้ความก้าวหน้าในระดับต้นเท่านั้น  เพราะระยะเวลาในการศึกษายังไม่ยาวนานพอที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่มีความลึกซึ้งและยั่งยืนได้.


 

ปริญญา  ชนะวาที.   “ การศึกษาการบูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการจัดการเรียนการสอนวิชาศิลปศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษาในภาคเหนือ ”  วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร  มหาบัณฑิต  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551.

     แนวทางการบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการจัดการเรียนการสอนวิชาศิลปศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษาในภาคเหนือ   มีวิธีการดังนี้   การเตรียมการสอน   เทคนิควิธีสอน   การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  และการใช้สื่ออุปกรณ์  พบว่า  ครูศิลปศึกษาส่วนใหญ่มีความคิดเห็นในเรื่องแนวคิดการศึกษาให้มีการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ   แผนจัดการเรียนรู้   กระบวนการเรียนการสอนให้เป็นระบบ   ครูผู้สอนต้องเป็นแบบอย่างที่ดี   นักเรียนควรได้รับการเรียนรู้เกี่ยวกับความหมาย  การปฏิบัติตนให้มีคุณลักษณะตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  นักเรียนมีส่วนร่วมในการกำหนดเนื้อหาที่ต้องการศึกษาตามความถนัดในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อความสอดคล้องกัน   มีการจัดกิจกรรมทัศนศิลป์ที่มีความหลากหลาย    ครอบ คลุมกิจกรรมการเรียนการสอนอื่นๆ  สร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  อุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอนควรประยุกต์ใช้สื่อที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น   นักเรียนจะได้ศึกษาหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้จริงในชุมชน   โดยสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นและการอนุรักษ์สืบทอด  ครูผู้สอนควรวัดและประเมินผลจากคุณลักษณะอันพึงประสงค์   ทั้งภาคศิลปะปฏิบัติ   ทฤษฎี   ความรู้   ทักษะ   เจตคติ   โดยสามารถใช้วิธีการหลายรูปแบบ   ได้แก่    การทดสอบ     การสัมภาษณ์     การสังเกตพฤติกรรมการทำงาน    การวิจารณ์งาน  การประยุกต์ใช้วัสดุอุปกรณ์    หรือวัดผลในส่วนคุณธรรมอื่นๆ  ที่สำคัญเน้นกระบวนการการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย    ตลอดจนครูศิลปศึกษาส่วนใหญ่มีความต้องการให้โรงเรียนสนับสนุนช่วยเหลือในด้านวัสดุอุปกรณ์  เครื่องมือในการสร้างสรรค์งาน   งบประมาณ  การจัดอบรมบุคลากร  และมีแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนการสอน.


 

วรางคนาง  ชูแก้ว.  “ การพัฒนาโมเดลเชิงสาเหตุของค่านิยมและพฤติกรรมตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของนักเรียนมัธยมศึกษา ”   วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2551.

      ผลการวิจัยนักเรียนมัธยมศึกษาในโรงเรียนต้นแบบการจัดกระบวนการเรียนการสอนและการบริหาร จัดการตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง      และโรงเรียนนำร่องทดลองตัวอย่างชุดหน่วยการเรียนรู้ปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง   สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  จำนวน 67 แห่ง  พบว่านักเรียนมีค่านิยมตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับสูง   มีค่านิยมการเห็นคุณค่าและภูมิใจในความเป็นไทยสูงสุด      นักเรียนเพศหญิงมีระดับค่านิยมและพฤติกรรมสูงกว่านักเรียนชาย    และนักเรียนที่เป็นทั้งโรงเรียนต้นแบบและนำร่อง          มีระดับค่านิยมและพฤติกรรมตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสูงกว่านักเรียนในโรงเรียนต้นแบบและนักเรียนในโรงเรียนนำร่อง  ส่วนผลการวิเคราะห์โมเดลเชิงสาเหตุของค่านิยมและพฤติกรรมกับข้อมูลเชิงประจักษ์พบว่ามีความสอดคล้องกัน   โดยตัวแปรในโมเดลสามารถอธิบายความแปร ปรวนของค่านิยมและพฤติกรรมได้    สรุปภาพรวมพฤติกรรมตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของนักเรียนมัธยมศึกษาเป็นผลมาจากปัจจัยลักษณะส่วนบุคคลที่เหมาะสม  ประกอบด้วยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดี    ได้รับการอบรมเลี้ยงดูที่ดีจากครอบครัว  มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ในลักษณะมุ่งอนาคต  นอกจากนี้สภาพ แวดล้อมทางโรงเรียน   เช่น  การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครู  การจัดบรรยากาศภาย ในโรงเรียนที่เหมาะสม   จะทำให้นักเรียนมีค่านิยมที่ดีและพฤติกรรมที่เหมาะสมตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง.


 

สุทธาทิพย์  พิศฉลาด.  “ การศึกษาความเข้าใจและการปฏิบัติของครูในโรงเรียนแกนนำตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ”   วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2551.

     ผลการวิจัยประเด็นที่ 1 ความเข้าใจของครูเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  ในด้านความ หมายหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง   ครูมีความเข้าใจในเรื่องความพอประมาณ   ความมีเหตุผล   และเงื่อนไขคุณธรรมอยู่ในระดับปานกลาง   มีระดับความเข้าใจในด้านการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีสูงกว่าด้านอื่นๆ  โดยพิจารณาจากความตระหนักและการใช้สิ่งของอย่างรู้คุณค่า  ด้านการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง   ครูมีความเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงทางด้านจิตใจ  สังคม  เศรษฐกิจ   เทคโนโลยี  และด้านการดำเนินชีวิต  อยู่ในระดับสูง   ประเด็นที่ 2  การปฏิบัติของครูเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง    ในด้านแรกครูได้รับความรู้ในระดับดี  ได้รับการปลูกจิตสำนึกและสร้างความตระหนักด้วยวิธีหลากหลาย   ในด้านการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้พบว่ามีการปฏิบัติอยู่ในระดับพอใช้  เป็นผลจากการจัด การเรียนการสอน   อาจเป็นเพราะไม่มีความรู้    มีภาระงานมาก  จึงไม่มีเวลาในการจัดทำสารสนเทศและรายงานผลการจัดการเรียนรู้อย่างแท้จริง  ผลจากการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน   อาจเป็นเพราะภาระงานและข้อจำกัดของเวลา   ทำให้การปฏิบัติหน้าที่แนะแนว    จัดระบบดูแลผู้เรียน   และการจัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาความสามารถของผู้เรียนไม่เพียงพอต่อการดำเนินกิจกรรมได้อย่างเต็มที่   ส่วนผลจากการดำเนินชีวิตอยู่ในระดับพอใช้  อาจเป็นเพราะภาระงานมากและภาระหน้าที่แตกต่างกัน  ในด้านการขยายผลเพื่อเผย แพร่หลักปรัชญาอยู่ในระดับพอใช้    อาจเป็นเพราะการถ่ายทอดความรู้  การขยายผลกิจกรรม  การสร้างชิ้นงาน  และการส่งเสริมให้ชุมชนเป็นผู้นำ  อยู่ที่คณะทำงานกลุ่มหนึ่ง  ไม่ได้เกิดจากการปฏิบัติของครูทุกคน   ดังนั้น  ผู้บริหารสถานศึกษาควรส่งเริมให้ครูทุกคนมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรม  และปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนมากขึ้น .



เทวิล   ศรีสองเมือง.    “ การพัฒนารูปแบบเครือข่ายการจัดการเรียนการสอนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ”   วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2551.

     ผลการวิจัยประเด็นแรก   เรื่ององค์ประกอบของเครือข่ายการจัดการเรียนการสอน  ประกอบด้วย  6 องค์ประกอบ   ดังนี้   ด้านโครงสร้างของเครือข่าย  วัตถุประสงค์  บทบาทหน้าที่ของสมาชิก  กิจกรรมของเครือข่าย   ผลลัพธ์ที่เกิดจากเครือข่าย    และปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ   ประเด็นที่ 2   บทบาทหน้าที่ของแต่ละองค์ประกอบ   รวมทั้งความสัมพันธ์เกี่ยวข้องระหว่างองค์ประกอบของเครือข่ายในการจัดการเรียนการสอน    ประกอบด้วยการกำหนดกรอบการประสานงานและความร่วมมือของสมาชิกเครือข่าย  กำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของเครือข่าย    ภารกิจหรืองานที่สมาชิกในเครือข่ายร่วมกันทำ  แนวทางการดำเนินกิจกรรม  ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้น  และปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของเครือข่าย  ได้แก่  ผู้บริหารสถานศึกษามีความรู้ความเข้าใจ   ให้การส่งเสริมสนับสนุนการทำงานของเครือข่ายอย่างสม่ำ เสมอ    มีการประสานงานและสื่อสารกันในเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง  เป็นต้น   ประเด็นที่ 3   ผลการพัฒนารูป แบบเครือข่ายการจัดการเรียนการสอน   พบว่า    รูปแบบเครือข่ายที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมในระดับมาก    มีลักษณะของเครือข่ายแบบกระจาย  หากมีการดำเนินงานในระยะหนึ่งจะสามารถขยายตัวออกเป็นเครือ ข่ายกระจายเชิงซ้อน  การนำรูปแบบไปใช้ต้องปรับปรุงองค์ประกอบต่างๆ ให้มีความเหมาะสมกับท้องถิ่นนั้นๆ      และการพัฒนาจากกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดอาจสนองความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค     ดังนั้น  การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษาสู่สังคมในรูปแบบเครือข่ายส่งผลให้ครู    บุคลากร    นักเรียน   มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง   ชัดเจน    บูรณาการการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรและมาตรฐานการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม   เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน  ทำให้ชุมชนดำเนินชีวิตบนทางสายกลาง  มีความพอประมาณ   มีเหตุผล   และมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี   บนเงื่อนไขของความรอบรู้และคุณธรรม.


 

ธนิยา  เยาดำ.  “ การพัฒนาโมเดลเชิงสาเหตุของความสำเร็จในการใช้หลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ”   วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต   จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย,  2551.

         ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของความสำเร็จในการใช้หลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียงในสถาน ศึกษาขั้นพื้นฐานโดยภาพรวม  พบว่า  โมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์   โดยได้รับอิทธิพลทาง ตรงและทางอ้อมจากปัจจัยการสร้างเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียง  ได้แก่  ลักษณะของผู้บริหาร   นโยบายการบริหาร  ความสามารถในการจัดการเรียนการสอนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของครู     แรงจูงใจของครูในการปฏิบัติงาน  การบริหารจัดการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  การได้รับการสนับสนุนจากโรงเรียน   การนิเทศติดตามผลการใช้หลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียง   การได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก  ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียงของผู้บริหารและของครู  สรุปได้ว่าการสร้างเศรษฐกิจพอเพียงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่สถานศึกษาควรพิจารณา   ทั้งการประสานงาน   การแลกเปลี่ยนเรียนรู้    รวมทั้งความสัมพันธ์ที่ดีของสมาชิกเครือข่าย   นอกจากนี้  ลักษณะของผู้บริหาร    ไม่ว่าการยอมรับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของผู้บริหาร    ความเป็นผู้นำ     การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี     มีนโยบายการบริหารที่เหมาะสม      และเปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย  จะส่งผลให้สถาน ศึกษาประสบความสำเร็จในการใช้หลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียงมากยิ่งขึ้น .


 

วิไลลักษณ์  ชาติวิเชียร.  “ การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนบนเว็บวิชาวิทยาศาสตร์  ด้วยการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อสร้างค่านิยมด้านการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ”    วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต   จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย,  2551.

     จากการวิจัยพบว่าครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์มีความคิดเห็นว่า   เครื่องมือที่เหมาะสมมากที่สุดในการแลกเปลี่ยนความรู้   คือ   กระดานสนทนา   วิธีการที่เหมาะสมที่สุดในการส่งงาน   คือ   การใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์    ซึ่งเป็นความคิดเห็นที่ตรงกับนักเรียน    ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นว่า    เครื่องมือที่เหมาะสมมากที่สุดในการแลกเปลี่ยนความรู้   คือ    ห้องสนทนา   กระดานสนทนา   ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์  วิธีการที่เหมาะสมที่สุดในการส่งงาน   คือ  เว็บบล็อก   ผลการวิจัยพบว่านักเรียนที่ได้รับการเรียนการสอนแบบโครงงานบนเว็บเพื่อสร้างค่านิยมด้านการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี   มีคะแนนค่านิยมหลังการเรียนสูงกว่าก่อนการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  โดยมีการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน  3  ขั้นตอน สำคัญ  คือ  ขั้นที่ 1 เตรียมการเรียนการสอน   ประกอบด้วยการปฐมนิเทศ   การวัดค่านิยม   การอธิบายวัตถุ ประสงค์ของบทเรียน     ขั้นที่ 2  กิจกรรมการเรียนการสอน  ประกอบด้วยการกระตุ้นหรือสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนเกิดความสนใจเกี่ยวกับบทเรียนและเนื้อหาที่จะเรียน  การทบทวนความรู้เดิมแก่นักเรียนเกี่ยวกับเนื้อหาบทเรียนการนำเสนอบทเรียน    การให้ความรู้เกี่ยวกับค่านิยม    การเตรียมวางแผนเข้าสู่โครงงาน    การชี้แนวทางการเรียนรู้    การสร้างศรัทธาเกี่ยวกับค่านิยม    การวางแผนทำโครงงานบนเว็บ     การส่งเสริมการปฏิบัติตามค่านิยมด้านการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี   การดำเนินงานโครงงาน  การให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียน  การสรุปและอภิปรายผลโครงงาน     การให้ผลย้อนกลับ    การเขียนรายงานขั้นที่3 ประเมินผลประกอบด้วยการ ทดสอบความรู้   การวัดค่านิยมและการประเมินผลโครงงานของผู้เรียน  สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงค่านิยมด้านการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง.


 

ดรัณภพ  เพียรจัด.  “ การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนบนเว็บวิชาภาษาไทยด้วยวิธีการเรียนรู้ร่วมกันและการเรียนรู้ด้วยกรณีศึกษา     เพื่อสร้างค่านิยมด้านการมีเหตุผลตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ” วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต   จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย,  2551.

     ผลการวิจัยพบว่าครูส่วนมากได้น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเข้าสู่การจัดการเรียนการสอนโดยสอดแทรกอยู่ในหลักสูตรและสาระการเรียนรู้ในห้องเรียน  ซึ่งรูปแบบการเรียนแบบร่วมกันนั้นเป็นพื้นฐานความคิดของการเรียนที่ใช้กิจกรรมตามธรรมชาติของสังคม  ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันทั้งครูผู้สอนกับนักเรียนและนักเรียนกับนักเรียน   ทำให้เกิดความกระตือรือร้น     การประมวลผลข้อมูลอย่างลึกซึ้ง  การคิดวิเคราะห์อย่างเป็นเหตุผลครอบคลุมหัวใจสำคัญของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  ได้แก่  ความพอประมาณ  ความมีเหตุผล   ความมีภูมิคุ้มกันที่ดี  และเงื่อนไขความรู้และคุณธรรม  ในทุกครั้ง   ก่อนที่จะลงมือปฏิบัติสิ่งต่างๆ    และสอดคล้องกับหลักที่จะนำไปปฏิบัติในชีวิตจริง  ส่วนการนำกรณีศึกษามาใช้ในการจัดการเรียนการสอน   ควรนำเสนอปัญหาที่สอดคล้องกับเนื้อหาวิชาที่นักเรียนกำลังเรียนรู้    เน้นไปที่การวินิจฉัยปัญหาจากประสบการณ์ของนักเรียนอย่างมีเหตุผลตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังนั้น  การจัดการเรียนการสอนบนเว็บแบบฝึกปฏิบัติ   จึงช่วยให้นักเรียนมีพัฒนาการและทักษะในการคิดวิเคราะห์ตัดสินใจที่จะให้เหตุผลต่างๆ    เพื่อเป็นแนวทางแก้ปัญหาได้    เมื่อนำมาผนวกกับการนำเสนอกรณีศึกษาในลักษณะสื่อมัลติมีเดียรูปแบบวิดีโอผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต    จึงมีความสัมพันธ์กับการเรียนการสอนแบบร่วมกัน    ที่สามารถเชื่อมโยงความรู้ทั้งจากกรณีศึกษาและความรู้ในเนื้อหาบทเรียน    เกิดกระบวนการกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้   ที่ช่วยให้นักเรียนได้รับความรู้ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น     มีการทำกิจกรรมที่นักเรียนจะต้องพบจริงๆ ในชีวิตประจำวัน  จึงส่งผลต่อการสร้างค่านิยมความมีเหตุผลตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง   ทั้งด้านเป้าหมายการจัดการเรียนการสอน   สภาพแวดล้อมและสิ่งสนับสนุนการเรียนการสอน   ครูผู้สอน  วิธี การจัดการเรียนการสอน  สื่อการเรียนการสอน   และการวัดประเมินผล.


 

กิติศักดิ์   อุ่นเสรี. “ นโยบายทางเลือกในการกระตุ้นเศรษฐกิจตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอ เพียง   กรณีศึกษาการปล่อยสินเชื่อบัตรเครดิตของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด( มหาชน)สาขาถนนสาทรเหนือ (เอ.ไอ.เซ็นเตอร์) ” วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2551.

     บัตรเครดิตเป็นตราสารทางการเงินชนิดหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคมีความสะดวกสบายในการพกพา   มีความปลอดภัยมากกว่าการถือเงินสด   เป็นสิ่งจูงใจที่ทำให้การบริโภคเปลี่ยนแปลง  โดยบริโภคสินค้าเพิ่มขึ้นจากระดับเดิมแม้รายได้จะไม่ได้เปลี่ยนแปลง  ทำให้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากขึ้น  และส่งผลกระทบกับตัวผู้บริโภค สถาบันการเงิน  และภาวะเศรษฐกิจของประเทศทั้งด้านบวกและลบ    จากการศึกษาความสัมพันธ์ของการปล่อยสินเชื่อบัตรเครดิตและพฤติกรรมที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง   พบว่าสถานะการเงินส่วนบุคคลโดยเฉลี่ยไม่มีความพอเพียงตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  เนื่องจากมีสัดส่วนของรายได้รวมกับเงินออมน้อยกว่ารายจ่ายและเงินกู้  ในขณะที่มีความรู้และภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจที่ดี  ดังนั้น  การพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 10 (พ. ศ. 2550 – 2554) ควรมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจที่ไม่ใช่วัตถุนิยมมากเกินไป     ควบคู่กับการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่อยู่บนหลักการแห่งความพอประมาณ  ความมีเหตุผล  การมีภูมิคุ้มกันที่ดี   บนพื้นฐานของความรู้และคุณธรรม  จะทำให้สังคมเกิดดุลยภาพ  ประชาชนในสังคมมีคุณภาพและคุณธรรม  นำพาประเทศชาติสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป.


 

ยรรยงค์  ณ บางช้าง. “ ผลการใช้วิธีการเอ็มทีในการเสริมสร้างพฤติกรรมการประหยัดตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4-6 ”    วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2551.

       การพัฒนาพฤติกรรมแบบวิธีการเอ็มที (MT  Method)  เป็นการนำส่วนดีของการควบคุมภายนอกและการควบคุมภายในมาใช้ในการพัฒนาตนให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้  จากนั้นจึงสร้างพันธะสัญญาระหว่างผู้รับการพัฒนาพฤติกรรมและผู้พัฒนาพฤติกรรม  ในรูปแบบของผลงานหรือตารางกำหนดกิจกรรมเมื่อมีการปรับปรุงพฤติกรรมที่ดีขึ้น  ผลของความสำเร็จจะเป็นแรงเสริมให้ผู้รับการปรับพฤติกรรมเกิดแรง จูงใจ   ทำให้พฤติกรรมการประหยัดของนักเรียนสูงขึ้น    เพราะถ้านักเรียนไม่สามารถที่จะควบคุมตนเองจากสิ่งแวดล้อมภายนอกให้ปฏิบัติกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการประหยัดได้แล้ว  พฤติกรรมการประหยัดก็จะไม่ดีขึ้น  ส่วนผลการเปรียบเทียบพัฒนาการของพฤติกรรมการประหยัดทั้ง 4 ด้าน  มีความแตกต่างกัน    โดยมีพัฒนา การทางด้านการใช้ทรัพยากรธรรมชาติสูงที่สุด    รองลงมาคือการใช้เงิน   การใช้สิ่งของเครื่องใช้   และการใช้เวลา  ตามลำดับ   เมื่อจำแนกนักเรียนตามระดับชั้นพบว่า   มีพฤติกรรมการประหยัดใกล้เคียงกันทั้ง 4 ด้าน    เนื่องจากมีอายุใกล้เคียงกัน     ส่งผลให้วุฒิภาวะในการตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องต่างๆ  ไม่แตกต่างกัน    กล่าวได้ว่าพัฒนาการทางด้านการใช้ทรัพยากรธรรมชาติสูง  เนื่องจากการซึมซับการโฆษณาของสื่อต่างๆ เกี่ยวกับการประหยัดทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น  มีพฤติกรรมเป็นรูปธรรมที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวนักเรียนเอง  ในขณะที่พัฒนาการทางด้านการใช้เวลาต่ำที่สุด  เนื่องจากยังอยู่ในวัยที่ไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องเวลามากนัก   มีพฤติกรรมเป็นนามธรรม   ส่งผลให้นักเรียนไม่ให้ความสำคัญและไม่ได้รับการปลูกฝังในเรื่องการใช้เวลาเท่าที่ควร  ผลการวิจัยนี้สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริหารโรงเรียนได้ว่า    นักเรียนที่ได้รับการเสริม สร้างพฤติกรรมการประหยัดด้วยวิธีการเอ็มทีแล้วจะมีพฤติกรรมการประหยัดที่ดีขึ้น .


 

ชนัดดา  ภูหงษ์ทอง. “ ความสัมพันธ์ระหว่างการดำรงชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับความสุขเชิงอัตวิสัยในเกษตรกร ”   วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2551.

     การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการดำรงชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับความสุขเชิง อัตวิสัย    หมายถึง    การที่บุคคลประเมินชีวิตในภาพรวมของตนเองตามมาตรฐานของตน      ประกอบด้วย  ความพึงพอใจในชีวิต  ความรู้สึกทางบวก   และความรู้สึกทางลบ  ในกลุ่มอาชีพเกษตรกรในจังหวัดขอนแก่น   พบว่าการดำรงชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีสหสัมพันธ์ทางบวกกับความสุขเชิงอัตวิสัย  กลุ่มเกษตรกรที่อาศัยอยู่ในชุมชนตัวอย่างในด้านเศรษฐกิจพอเพียง    มีคะแนนความสุขเชิงอัตวิสัยสูงกว่าในกลุ่มเกษตรกรทั่วไป     กลุ่มเกษตรกรทั้งหมด   กลุ่มเกษตรกรที่อาศัยอยู่ในชุมชนต้นแบบด้านเศรษฐกิจพอเพียง   และกลุ่มเกษตรกรที่อาศัยอยู่ในชุมชนทั่วไป  การดำรงชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง    ขนาดของที่ดินในการทำเกษตร   รายได้ของครัวเรือน    และจำนวนสมาชิกในครอบครัว     สามารถร่วมกันทำนายความสุขเชิงอัตวิสัยได้  โดยการดำรงชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถทำนายความสุขเชิงอัตวิสัยได้สูงสุด  ดังนั้น  กลุ่มอาชีพเกษตรกรควรได้รับการส่งเสริมและการเรียนรู้เรื่องการยึดหลักปรัชญาดำรงชีพของเศรษฐกิจพอเพียงมากขึ้น  รวมไปถึงระดับบุคคล  ชุมชน   องค์การ  สถาบันอื่นๆ ในสังคม   ควรได้รับการสนับสนุนในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง.


 

ศรีวิมล  สุรสันติวรการ. “ การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนบนเว็บวิชาสังคมศึกษาด้วยวิธีสตอรี่ไลน์  เพื่อสร้างค่านิยมด้านความพอประมาณตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ”     วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต     จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2551.

     การนำเสนอรูปแบบการเรียนการสอนบนเว็บวิชาสังคมศึกษาด้วยวิธีสตอรี่ไลน์    เพื่อสร้างค่านิยมด้านความพอประมาณตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง    สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3    ประกอบด้วยองค์ประกอบที 1 รูปแบบการเรียนการสอน   ได้แก่   เป้าหมายของการเรียนการสอน    ชนิดของการเรียนการสอน   เนื้อหา   บทบาทผู้เรียน   บทบาทผู้สอน    วิธีการปฏิสัมพันธ์บนเว็บ  เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเครือ ข่าย   ปัจจัยสนับสนุนการเรียนการสอน   และการประเมินผล    องค์ประกอบที่ 2 ขั้นตอนการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นการออกแบบโดยการสังเคราะห์หลักการ  แนวคิดทฤษฎี  และงานวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรวม 7 ขั้นตอน  ได้แก่  ขั้นปฐมนิเทศผู้เรียน  ขั้นวัดค่านิยมด้านความพอประมาณตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงก่อนการเรียน   ขั้นทบทวนความรู้เดิมที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาบทเรียน   ขั้นนำเสนอบทเรียนตามเส้นทางการดำเนินเรื่องตามองค์ประกอบของสตอรี่ไลน์ เช่น  ฉากและตัวละคร  การดำเนินชีวิตของตัวละครหรือวิถีชีวิต มีเหตุการณ์  สำคัญเกิดขึ้นหรือมีปัญหาที่ต้องแก้ไข   ขั้นให้คำแนะนำ  วิเคราะห์ผลงาน  และแนวทางในการนำไปประยุกต์ ใช้   ขั้นการสรุปนำไปใช้    และขั้นประเมินผลเพื่อวัดค่านิยมความพอประมาณหลังเรียน     องค์ประกอบที่ 3 กิจกรรมการเรียนการสอนทั้งในห้องเรียนและบนเว็บ   จากการที่นักเรียนมีค่านิยมด้านพอประมาณหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5     แสดงว่ารูปแบบการเรียนการสอนดังกล่าวสามารถสร้างค่านิยมด้านความพอประมาณตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้     เพราะมีการเชื่อมโยงความรู้เก่าและใหม่เข้าด้วยกัน    มีการตั้งคำถามหลักของครูผู้สอนที่จะนำไปสู่การปฏิบัติกิจกรรมอย่างหลากหลาย    มีการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง    มีการนำเสนอเนื้อหาและการให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้ใหม่    สามารถการวัดค่านิยมในหลายด้าน  เช่น   แบบวัดเจตคติในการปฏิบัติตน   แบบวัดมโนทัศน์  แบบสำรวจพฤติกรรม  และแบบบันทึกการเรียนรู้   บทเรียนจากเว็บจึงเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเลือกศึกษาส่วนที่ตนเองต้องการ   และส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตามค่านิยมด้านความพอประมาณสูงขึ้น.


 

เรวณี   ชัยเชาวรัตน์. “ ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงในชีวิตประจำวัน    ตามหลักการเรียนรู้ด้วยการรับใช้สังคม   เน้นความเข้าใจวัฒนธรรมการบริโภคแบบพอเพียงที่มีต่อผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 6 ”  วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2551.

     จากผลการวิจัยนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่  6  โรงเรียนบ้านห้วยยาง    ชุมชนชัยพร    จังหวัดอุดรธานี     ที่เข้าร่วมโปรแกรมส่งเสริมความรู้  มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสูงขึ้น      แสดงว่าการเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้เมื่อผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง     เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง  และปฏิบัติตนตามแนวทางการบริโภคแบบพอเพียง  ซึ่งก่อนเข้าร่วมโปรแกรมยังมีนักเรียนที่ยืมเงินจากเพื่อนหรือพี่น้องมาใช้เมื่อใช้เงินค่าขนมของตนเองที่ได้รับหมดแล้ว  แต่หลังเข้าร่วมโปรแกรมนักเรียนจะบริโภคหรือใช้จ่ายในงบประมาณที่มี  ตลอดจนซ่อมแซมหรือดัดแปลงสิ่งของเพื่อให้ใช้ต่อไปได้    บริโภคหรือใช้ในสิ่งของที่ผลิตได้ในชุมชนเป็นหลัก   นักเรียนสามารถบอกเหตุผลหรือความจำเป็นที่นักเรียนต้องบริโภคหรือใช้จ่ายได้    โดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและครอบครัว   ทำให้มีเงินออมมากขึ้น    ได้ รับการปลูกฝังในการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย    และปลูกผักสวนครัวไว้บริโภคในครัวเรือนเพิ่มขึ้น   ในส่วนขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ตามหลักการเรียนรู้ด้วยการรับใช้สังคม   เน้นความเข้าใจวัฒนธรรมการบริโภคแบบพอเพียงนั้น  ประกอบด้วยขั้นกระตุ้น     เป็นขั้นที่ผู้สอนกระตุ้นและให้ประสบการณ์ก่อนการเรียนรู้  เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต    ขั้นเตรียมพร้อม     เป็นขั้นที่นักเรียนทำการศึกษาชุมชนและเลือกกิจกรรมที่จะรับใช้สังคม  โดยใช้ชุมชนเป็นสถานที่ให้ความรู้และประสบการณ์ตรงแก่นักเรียน     ขั้นทดลองทำ  เป็นขั้นที่นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมร่วมกับกลุ่มอาชีพในชุมชน    ขั้นสะท้อนผล   เป็นขั้นที่นักเรียนวิเคราะห์ผลการดำเนินกิจกรรมและนำเสนอผลจากการรับใช้สังคม  ดังนั้น  ครูสามารถนำโปรแกรมดังกล่าวไปใช้ในกิจกรรมเสริมหลักสูตร     บูรณาการการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้ เรียน   ทำให้นักเรียนมีโอกาสช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  ส่งเสริมทักษะในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมและปฏิบัติตนตามแนวทางการบริโภคแบบพอเพียงได้อย่างเหมาะสม.


 

ทัศนีย์   รอดโฉม. “ แนวทางการพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพโดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ”  วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย,  2551.

     จากผลการวิจัยผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่า  แนวทางการพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพมี 7 ด้าน  ได้แก่   ด้านการนำองค์กรและการบริหาร  การจัดทรัพยากรและพัฒนาทรัพยากรบุคคล การจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ   การส่งเสริมสุขภาพสำหรับบุคลากรโรงพยาบาล        การส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้รับบริการและครอบครัวที่มารับบริการในโรงพยาบาล  การส่งเสริมสุขภาพในชุมชน  และด้านผลลัพธ์ของกระบวนการส่งเสริมสุขภาพ  โดยจำแนกตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในองค์ประกอบเรื่องความพอประมาณ  ความมีเหตุผล    การมีระบบภูมิคุ้ม กันที่ดี   และเงื่อนไขพื้นฐาน 2 ประการ  คือ  ความรู้และคุณธรรม  นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับพฤติกรรมและสภาวะสุขภาพของเจ้าหน้าที่   ผู้รับบริการ   และชุมชนด้วย    ส่วนอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การดำเนินงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น    อาจมีสาเหตุมาจาก    ปัญหาด้านการบริหารงบประมาณ   การบริหารจัดการ/การบริหารโครงการให้ประสบความสำเร็จ    การสร้างเครือข่าย   การสื่อสารเพื่อถ่ายทอดข่าวสาร    รวมทั้งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม    ด้านความรู้และทักษะ   การป้องกัน    และส่งเสริมสุขภาพสำหรับบุคคล   และด้านคุณธรรมต่อการมีพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพสำหรับบุคคลและผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง     จึงเป็นแนวทางสำหรับนำไปใช้สร้างแนวทางปฏิบัติ  กำหนดหรืออ้างอิงเพื่อสร้างเกณฑ์มาตรฐานการพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ   โดยบูรณาการตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ที่จะทำให้เกิดวัฒนธรรมการดำรงชีวิตไปพร้อมกับการสร้างเสริมสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป.


 

ศุภกร   ประทุมถิ่น. “ การศึกษาปัจจัยที่เอื้อต่อการจัดการการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแบบยั่งยืนตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ”  วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต   จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย,  2551.

     ปัจจัยที่เอื้อต่อการจัดการการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแบบยั่งยืนตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงที่สำคัญ  แบ่งออกเป็น 3 ด้าน   คือ  ด้านที่ 1   ชุมชนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมหรือตั้งอยู่ในบริเวณแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม  ต้องมีความเข้าใจในสถานภาพความสามารถด้านต่างๆ ของตนเอง  ทั้งด้านงบประมาณ  สภาพแวดล้อม   รวมถึงความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว   และความพร้อมที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม  โดยมีการวางแผนอย่างค่อยเป็นค่อยไป    ตามขีดความสามารถของตน เองและนำเสนออย่างถูกต้องไม่เกินจริงตามวาระและโอกาสที่เหมาะสม  มีจิตสำนึกรักวัฒนธรรมของตน  สร้างความเข้มแข็งภายในชุมชน   ที่สำคัญมีคุณธรรมในการจัดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของชุมชน   ด้านที่ 2  หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง    ที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาและส่งเสริมการจัดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม   ต้องเข้าใจในด้านความพร้อมและความต้องการของชุมชนในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม   ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวตามความยินยอมของท้องถิ่น    ส่งเสริมด้านความรู้โดยการจัดอบรม    แนะนำการจัดการการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโดยไม่เข้าไปแทรกแซง      และไม่มองการท่องเที่ยวเพื่อธุรกิจจนเกินไป    ส่งเสริมด้านอาชีพให้กับคนในชุมชนเป็นอันดับแรก   ด้านที่ 3  นักท่องเที่ยวควรตระหนักถึงคุณค่าของแหล่งท่องเที่ยวที่ไปเยือน  โดยปฏิบัติตามข้อตกลงของแหล่งท่องเที่ยว   เคารพต่อชุมชนที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่าง  ไม่ดูหมิ่นหรือมองวัฒนธรรมที่ต่างจากตนเองเป็นเรื่องตลก  สร้างจิตสำนึกในการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนทางวัฒนธรรม  และร่วมกันอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวด้วยความเต็มใจ  ดังนั้น   หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมจึงมีความสอดคล้องกัน   ทั้งในด้านการประเมินศักยภาพ   ความมีเหตุผล   การสร้างภูมิคุ้มกัน    สร้างกระบวนการเรียนรู้   และมีคุณธรรม   จึงเป็นการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการจัดการการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม.



ศรินยา   สนิท. “ ผลของการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียน   ที่มีต่อความรู้   ทัศนคติ  และการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวันของทหารกองประจำการในกรุงเทพมหานคร ”  วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2551.

       การพัฒนากิจกรรมที่มีความเหมาะสมในการเรียนรู้ของทหารกองประจำการเกิดขึ้นจากการบูรณาการตามหลักการการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียน  การเรียนรู้จากประสบการณ์และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง   ซึ่งทหารกองประจำการสามารถพัฒนาความรู้   ทัศนคติ  และการนำไปใช้ในชีวิตประจำ วันได้เป็นอย่างดีหลังจากได้เข้าร่วมการจัดกิจกรรม      โดยนำไปปฏิบัติทั้งในหน่วยงานที่ตนเองปฏิบัติหน้าที่อยู่   ทั้งในด้านการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม   การรักษาสาธารณสมบัติ    การเอื้อเฟื้อแบ่งปัน  การวางแผนการใช้จ่ายเงิน   และการทำบัญชีรายรับรายจ่ายมากขึ้น   ซึ่งขั้นตอนการเรียนรู้จากประสบการณ์  4 ขั้นตอน  คือ  การเรียนรู้    การสังเกตและการไตร่ตรอง    การพิจารณาลงความเห็นและสร้างแนวคิด   ขั้นตอนสุดท้ายคือการตรวจสอบและการบูรณาการ    ให้เข้ากับหลักการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียน   เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาผู้ใหญ่ให้เกิดการเรียนรู้ที่เกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  ผ่านการแสดงบทบาทสมมติ   การประชุมกลุ่ม  วิเคราะห์อภิปราย  และการนำเสนอ   จึงเป็นการเรียนรู้ที่เหมาะสม   เนื่องจากกลุ่มทหารถือว่าเป็นกลุ่มผู้ใหญ่      ซึ่งผู้ใหญ่คือผู้ที่มีประสบการณ์ชีวิตสูง     การได้ทบทวนประสบการณ์เดิมของตนเองและมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน      ในเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตที่ผ่านมาของแต่ละบุคคล  ย่อมทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้นึกทบทวนการใช้ชีวิตของตนเอง   ก่อให้เกิดมุมมองที่หลากหลายขึ้น    ดังนั้น  กิจกรรมการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวันที่สร้างขึ้น        จะต้องสอดคล้องกับการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน    และเป็นกิจกรรมที่นำไปปฏิบัติได้จริง.


 

ยุทธนา   สมลา. “ การบริหารจัดการแหล่งพักอาศัยแบบโฮมสเตย์ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง : กรณีศึกษาหมู่บ้านบุไทร  อำเภอวังน้ำเขียว  จังหวัดนครราชสีมา ”  วิทยานิพนธ์ปริญญาเคหพัฒนาศาสตรมหาบัณฑิต   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2549.

       ชุมชนบ้านบุไทรมีการรวมกลุ่มสมาชิกเปิดเป็นที่พักอาศัยแบบโฮมสเตย์   เพื่อเป็นกิจกรรมสร้างรายได้เสริมแก่ชุมชน     โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางการดำเนินงาน  เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรของชุมชนมีความสมดุลและอยู่บนพื้นฐานการพึ่งพาตนเองอย่างแท้จริง     ผลการใช้หลักความพอ ประมาณทำให้มีการวางแผนการใช้ทรัพยากรท้องถิ่น   ทั้งส่วนที่เป็นที่พัก    การให้บริการ   และกิจกรรมการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์ต่อชุมชน           ผลการใช้หลักความมีเหตุมีผลทำให้วางแผนการดำเนินงานได้สอดคล้องกับเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับชุมชน   ทั้งด้านวิถีชีวิต  วัฒนธรรม   โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชน   ผลการใช้หลักภูมิคุ้มกันทำให้สมาชิกที่ทำโฮมสเตย์ลดความเสี่ยงทางด้านการเงิน   โดยมีสหกรณ์ออมทรัพย์ของชุมชนเป็นแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ   ช่วยป้องกันผลกระทบต่อวัฒนธรรม   ประเพณี  และสิ่งแวดล้อม   ด้วยการกำหนดกฎระเบียบและจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม    ในด้านเงื่อนไขความรู้ส่งผลให้เกิดการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์เข้ากับศาสตร์อื่นๆ  ในการสร้างผลิตภัณฑ์ส่งเสริมรายได้   และเกิดแหล่งเรียนรู้ทางเกษตรกรรม   กิจกรรมท่องเที่ยวที่เหมาะสมคือการจัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเรียน รู้วัฒนธรรมท้องถิ่น     และการดำเนินชีวิตของบ้านบุไทร    ด้านเงื่อนไขคุณธรรมส่งผลให้การดำเนินงานมีความโปร่งใส    การกระจายรายได้ที่เป็นธรรม   มุ่งไปที่ผลประโยชน์โดยรวมของชุมชน  เกิดความสามัคคีขึ้นในกลุ่มสมาชิก   กล่าวได้ว่าปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ทำให้การพัฒนาชุมชนมีความเข้มแข็ง  เกิดจากภาวะผู้นำของประธานกลุ่มสมาชิกและความมีส่วนร่วมของสมาชิก    แต่ปัญหาที่พบคือ  ชุมชนยังใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ไม่เต็มความสามารถ    ทั้งด้านบุคลากร    สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ     ตลอดจนการวางแผนการใช้แหล่งน้ำในระยะยาว   ดังนั้น  การบริหารจัดการโฮมสเตย์ที่ดี  ควรเป็นการพัฒนาที่ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง.    



พัชรินทร์   รุจิรานุกูล. “ การศึกษาการปลูกฝังคุณธรรมนำความรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่นักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ”  วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2551.

        ผลการวิจัยพบว่าบุคลากรภายในโรงเรียนมีความเข้าใจความหมายของคุณธรรมนำความรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงหลากหลายแนวคิด   ถ้าไม่มีความชัดเจนในทิศทางเดียวกัน   การปลูกฝังคุณธรรมนำความรู้ให้แก่นักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร   ส่วนแนวทางการปลูก ฝังคุณธรรมนำความรู้มีดังนี้    ด้านการบริหารจัดการโรงเรียน   ควรบริหารจัดการอย่างเป็นกระบวนการ   มีการวางแผนนโยบายอย่างชัดเจนเป็นระบบ   ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและจริงจัง   กำหนดนิยามความหมายของการพัฒนาคุณธรรมในบริบทของนักเรียนให้ชัดเจน    สร้างตัวชี้วัดความสำเร็จ   สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง   สร้างเครือข่ายและแนวร่วมในการพัฒนาคุณธรรม   มีการจัดกิจกรรมโครงการที่หลากหลายและเหมาะสมตามบริบทของโรงเรียน    สร้างความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชนโดยสร้างแผน พัฒนาบทบาทของผู้ปกครองและชุมชน     มีการจัดระบบการติดตามประเมินผล     ด้านการพัฒนาบุคลากร  ควรมีการสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นกับบุคลากร  พัฒนาบุคลากรให้มีองค์ความรู้เกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง     และนำระบบการประเมินวิทยฐานะมาใช้เพื่อพัฒนาบุคลากร  ด้านการจัดการเรียนการสอน   ควรมีการสอนที่ปลูกฝังคุณธรรมในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้     เน้นการปลูกฝังให้เกิดทุกที่ทุกเวลา    มีการศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ภายนอกโรงเรียน    จัดการสอนให้เกิดความตระหนัก    เน้นย้ำ    ให้ทำบ่อยๆเป็นประจำ  สร้างคุณธรรมหลักเป็นคุณธรรมร่วม     สนับสนุนให้เกิดการประสานงานและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบ้าน  วัด  โรงเรียน  และชุมชน    จะช่วยให้การพัฒนานักเรียนด้านคุณธรรมนำความรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ   ด้านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนควรมีความหลากหลาย   เน้นให้นักเรียนเป็นแกนนำหลัก    และพัฒนานักเรียนในทุกมิติ  คือ   ด้านเศรษฐกิจ   สังคม   สิ่งแวดล้อม   และวัฒนธรรม   มีการจัดทำโครงงานที่เน้นหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง   ในส่วนด้านอื่นๆ  ได้แก่   การเป็นแบบอย่างที่ดีของครู   ผู้นำ  ชุมชน     สื่อและคนในสังคม  มีการปลูกฝังคุณธรรมนำความรู้ตั้งแต่ในระดับปฐมวัย  มีการผลิตบัณฑิตด้านครุศาสตร์   ศึกษาศาสตร์    ให้มีความรู้ทางด้านการวิจัยและพัฒนา    โดยการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการ    และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง .



เกศรา   บูรพาเดชะ. “ การสื่อสารแบบมีส่วนร่วมในศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ”  วิทยานิพนธ์ปริญญานิเทศศาสตรมหาบัณฑิต   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2549.

        การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ    โดยการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาในพื้นที่  ผู้นำชุมชน  และเกษตรกรที่เข้ารับการอบรมในศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน   ในโครงการเศรษฐกิจพอ เพียงที่ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดนครนายก    พบว่าการสื่อสารแบบมีส่วนร่วมได้ผ่านกระบวนการการทำประ ชาคม   และมีความสามารถในการเข้าถึงสื่อท้องถิ่นอย่างทั่วถึง  ได้แก่   หอกระจายข่าว    เสียงตามสายและ สื่อบุคคล   ประกอบด้วย   กำนัน    ผู้ใหญ่บ้าน   และผู้นำทางความคิดในท้องถิ่นเป้าหมาย      สาเหตุหนึ่งที่เกษตรกรให้ความสนใจโครงการเนื่องมาจากแรงจูงใจคือ   การได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินเมื่อผ่านการอบรมจากศูนย์เรียนรู้   ส่งผลให้สมาชิกเห็นตัวอย่างความสำเร็จ   จึงเริ่มเปลี่ยนทัศนคติมาเป็นการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง  เลี้ยงตัวเองได้   มีการรวมกลุ่มผนึกกำลังกันเพื่อร่วมระดมสมองหาทางแก้ไขปัญหาในชุมชน   และสร้างความเข็มแข็งในอำนาจการต่อรอง   เชื่อมโยงระหว่างชุมชนกับเครือข่ายและองค์ภายนอกที่เกี่ยวข้องอย่างบูรณาการ   ซึ่งสื่อมวลชนในโครงการมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้แจ้งข่าวสารที่เป็นประโยชน์  ส่งเสริมโครงการรณรงค์ต่างๆ   สร้างความเข้าใจร่วมกัน   และกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศแห่งการพัฒนา    อย่างไรก็ดีภาครัฐ  หน่วยงานในชุมชน  และสื่อมวลชนต้องเข้ามามีบทบาทในการปลูกฝังและเผยแพร่แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงให้มากขึ้น.


 

บีว์   โมราราษฎร์. “ การขยายกรอบการถกเถียงเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง : การศึกษาพิเคราะห์ถึงข้อดีและข้อจำกัดของแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงในฐานะแนวคิดทางเลือกการพัฒนาในประเทศไทย ”  วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  2550.

      ผลงานวิจัยนี้นำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ  โดยศึกษาในเรื่องการพิจารณาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้มิติทางเลือกการพัฒนาที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม  จุดแข็ง  จุดอ่อน  ข้อจำกัดของแนวคิดทางทฤษฎีและแนวทางปฏิบัติของเศรษฐกิจพอเพียง  ในประเด็นเรื่องความเท่าเทียมกันมากกว่าการเจริญ เติบโตทางเศรษฐกิจ  และการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนในระดับรากหญ้า  พบว่ามีการกำหนดเป้าหมายที่มุ่งสู่ความพอเพียง     แต่ยังไม่ชัดเจนในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม   ดังนั้น   การที่แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงอาศัยเพียงหลักการพึ่งพาตนเอง  สามารถทำได้เพียงสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มคนบางกลุ่มและบางชุมชน   ในการผลิตวัตถุดิบหรืออาหารที่จำเป็นสำหรับตนเองเท่านั้น  ผู้วิจัยเห็นว่ายังไม่สามารถเรียกแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงว่าเป็นทางเลือกการพัฒนาได้  เพราะแนวคิดดังกล่าวไม่ได้ตั้งคำถามกับความ สัมพันธ์เชิงอำนาจ  การกระจายอำนาจ   หรือการเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบัน  หากยังคงเน้นการรักษาโครง สร้างทางอำนาจในสังคมไทยไว้เช่นเดิม .